ปิด



ตโนมัติเข้าสู่ระบบในการเข้าชมในอนาคต

ลืมรหัสผ่านของคุณหรือไม่?

{alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th} {alt_th}

“ตลาดไท”ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรของไทย

  • ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • มีปริมาณการซื้อขายสินค้าวันละกว่า 12,000 ตัน
  • ปริมาณการซื้อขายมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท ต่อปี
  • มีผู้ประกอบการกว่า 3,500 ราย  มีผู้ซื้อและผู้ให้บริการด้านต่างๆ รวมแล้วกว่า 100,000 คน ต่อวัน

“ตลาดไท” ตั้งอยู่ ทางทิศเหนือจากกรุงเทพมหานครด้วยระยะทางเพียง 40 กิโลเมตร  เป็นศูนย์กลางการค้าขายสินค้าเกษตรครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และเกษตรกรที่ต้องการซื้อ-ขายสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศ  โดยมีปริมาณการซื้อขายกว่า 12,000 ตันต่อวัน  พร้อมผู้ประกอบการกว่า 3,500 ราย มีมูลค่าการค้ากว่า 180,000 ล้านบาท ต่อปี โดยมีสินค้าหลักที่สำคัญ อาทิ  ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์  เนื้อปลา อาหารทะเล ข้าวสาร ธัญพืช ดอกไม้ อาหารแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง และพันธุ์ไม้ต่างๆ

ตลาดไทมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และการพัฒนาที่เหมาะสมเพื่อเอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจด้านการค้าและกระจายสินค้าเกษตร รวมถึงการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งมีมาตรฐานระดับโลก สร้างความความมั่นใจในศักยภาพของตลาดไท ในฐานะตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรและผู้ให้บริการชั้นนำของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ตลาดไทร่วมสานพลังประชารัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ลงนามบันทึกข้อตกลง “Amazing Thai Taste”

ตลาดไทร่วมสานพลังประชารัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ลงนามบันทึกข้อตกลง “Amazing Thai Taste”

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 มร.เกรแฮม แซนเดอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ  โดยคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE ได้จัดพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยผ่าน “โครงการ Amazing Thai Taste” มุ่งหวังให้ภาคการท่องเที่ยว มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวบริโภคอาหารไทย ข้าวไทยและผลไม้ไทยมากขึ้น เพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรกรรมและชุมชน ตลอดจนสร้างแบรนด์ของอาหารไทย ข้าวไทย ผลไม้ไทย ให้เป็น Premium Product เพื่อเพิ่มมูลค่าและเป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี

ภาคการท่องเที่ยว ถือว่ามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เห็นได้จากปี 2558 การท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประเทศถึง 2.2 ล้านล้านบาท โดยการขับเคลื่อนโครงการ Amazing Thai Taste คาดว่าจะสร้างมูลค่าการบริโภคอาหารไทย ข้าวไทยและผลไม้ไทย เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 หรือ 12,000 ล้านบาทในปี 2559

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในโครงการ Amazing Thai Taste นี้ ประกอบด้วยความร่วมมือของ 37 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สถาบันส่งเสริมคุณภาพเกษตรไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมศูนย์การค้าไทย บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (ตลาด อ.ต.ก.) บริษัท พีเอส เมนแลนด์ จำกัด (ตลาดไอยรา) สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมเชฟประเทศไทย บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สมาพันธ์สมาคมดิจิตอลคอนเทนต์บันเทิงไทย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท บางกอก เอ็กซิบิชั่น เซอร์วิส จำกัด สมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย

Thai - Japan wholesale market joint seminar 2016

Thai - Japan wholesale market joint seminar 2016

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ตลาดไท ร่วมกับ Nomura และตลาดศรีเมือง จัดงานสัมมนา Thai - Japan wholesale market joint seminar 2016  ณ อาคารอเนกประสงค์ตลาดไท โดยได้รับเกียรติจากนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด  และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอ็กโกรคอมเมอร์ส กรุ๊ป จำกัด ร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ พร้อมด้วยผู้บริหารจากตลาดไท Nomura ตลาดศรีเมือง ผู้แทนภาครัฐ ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกจากประเทศญี่ปุ่น และผู้ประกอบการจากประเทศไทย บริษัทค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ผู้ค้าผลไม้ ผู้ค้าอาหารทะเล ผู้ค้าตลาดดอกไม้ ตลาดไท เข้าร่วมการสัมมนากว่า 70 คน  ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วยการนำเสนอข้อมูลในหัวข้อ ลักษณะเด่นและทิศทางการพัฒนาในอนาคตของตลาดค้าส่งของญี่ปุ่น  บริษัท CHUO GYORUI กับแนวโน้มตลาดค้าส่งสินค้าประมงในญี่ปุ่น  ทิศทางของตลาดขายส่งผักและผลไม้ของบริษัท โตเกียวเซย์กะ จำกัด  แนวโน้มตลาดค้าส่งไม้ดอกและไม้ประดับของญี่ปุ่น  การนำเสนอข้อมูลของสภาผู้ส่งออกสินค้าสดของโตเกียว  การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ อาทิ ผลไม้ ปลาทะเล และการสาธิตวัฒนธรรมการปรุงอาหารของประเทศญี่ปุ่น

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ สนช.ลงพื้นที่ดูงานสภาพเศรษฐกิจ  ปัญหาและอุปสรรคด้านการพาณิชย์  ณ ตลาดไท

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ สนช.ลงพื้นที่ดูงานสภาพเศรษฐกิจ  ปัญหาและอุปสรรคด้านการพาณิชย์  ณ ตลาดไท

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 คณะกรรมาธิการการพาณิชย์  การอุตสาหกรรม  และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการฯ และพลเอก ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์  นำคณะกรรมาธิการฯ ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จำนวน 21 ท่าน ศึกษาดูงานเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ การค้า สถานการณ์การลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคด้านการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และแรงงาน พร้อมร่วมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนของจังหวัดปทุมธานี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี(นายวินชัย อุยางกูร) นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด(ตลาดไท)  หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี  ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารตลาดไท ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมาธิการ ณ อาคารอเนกประสงค์ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี