การเลี้ยงปูเศรษฐกิจ (ปูม้า)
          สวัสดีครับสัปดาห์นี้ขอนำเสนอการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญอีกหนึ่งตัวนะครับ เมื่อเอ่ยถึงชื่อสัตว์ตัวนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามีการเพาะเลี้ยงเพื่อการ ค้าและ มีราคาสูงมากในตลาดปัจจุบันและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมาก นั่นคือปูม้านั่นเอง
          ปูม้าเป็นปูขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง มีการแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อนบริเวณใกล้ชายฝั่ง สำหรับประเทศไทยปูม้าอาศัยอยู่ทั้งชายฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ลักษณะทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนตัว อก และท้อง ส่วนหัวและอกจะอยู่ติดกัน มีกระดองหุ้มอยู่ตอนบน ทางด้านข้างทั้งสองของกระดองจะเป็นรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยเป็นหนามแหลมข้างละ 9 อัน ขามีทั้งหมด 5 คู่ด้วยกัน คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้ามใหญ่เพื่อใช้ป้องกันตัวและจับอาหาร ขาคู่ที่ 2, 3 และ 4 จะมีขนาดเล็กปลายแหลมใช้เป็นขาเดิน ขาคู่สุดท้ายตอนปลายมีลักษณะเป็นใบพายใช้ในการว่ายน้ำ 

เทคนิคในการเพาะและอนุบาลลูกปูม้าวัยอ่อน

          เนื่องจากโรงเรือนและอุปกรณ์ในการเพาะลูกปูม้าวัยอ่อนไม่แตกต่างกับการเพาะลูกกุ้ง-ลูกปลา ดังนั้น โรงเพาะฟักกุ้งและโรงฟักปลาที่มีอยู่จำนวนมากก็สามารถเปลี่ยนจากผลิตกุ้ง-ลูก ปลาเป็นลูกปูได้ไม่ยาก อีกประการหนึ่ง เทคนิคการเพาะและอนุบาลลูกปูม้าวัยอ่อน คล้ายคลึงกับของปูทะเลและลูกกุ้ง ความเค็มที่ต้องการ 30 ppt.

องค์ประกอบที่สำคัญต่อการรอดตายของลูกปูวัยอ่อน

  1. แสงสว่าง โดยปกติลูกปูวัยอ่อนจะว่ายน้ำเข้าหาแสงตั้งแต่เริ่มออกจากไข่ การจัดความเข้มของแสงให้กระจายอย่างเท่ากันในบ่อจะเป็นการช่วยลดการรวมกลุ่ม ของลูกปู ป้องกันการกินกันเองและลดความเครียดของลูกปูจะเป็นการช่วยเพิ่มอัตราการ รอดตายของลูกปูวัยอ่อนได้
  2. ปริมาณความหนาแน่นของลูกปูวัยอ่อน
  3. อุณหภูมิ
  4. ปริมาณการให้ออกซิเจน โดยทั่วไปลูกปูในระยะตัวอ่อน 1 ตัวจะใช้ออกซิเจน 0.05 - 0.09 Ml/hour
  5. ปริมาณความหนาแน่นของอาหาร โดยทั่วไประดับความหนาแน่นของลูกปูที่น้อยกว่า 25 ตัว/200 มิลลิลิตร ลูกปู 1 ตัว จะกินอาหารพวกโรติเฟอร์ 2.5 ตัว ถ้าความหนาแน่นของลูกปูที่เลี้ยงในบ่อมีมากกว่า 25ตัว/200 มิลลิลิตร ลูกปู 1 ตัว จะกินอาหาร 5-6 ตัว
การเตรียมพันธุ์ปูม้า
         ทำการรวบรวมปูม้าเพศเมียที่มีไข่ ซึ่งได้รับการผสมน้ำเชื้อจากปูเพศผู้แล้วและพัฒนาจนถึงขั้นจะสามารถวางไข่ ได้ปูม้าเพศเมียพักไว้ในบ่อซึ่งคลุมให้มืดและแบ่งแยกเป็นอิสระแต่ละตัว เตรียมน้ำฆ่าเชื้อมาจากบ่อที่ฆ่าเชื้อ มีการใช้วัสดุหลบซ่อนตัวของปูม้า โดยใช้ท่อพีวีซีหรือไหจับหมึก ด้วยและอาหารที่ใช้เลี้ยงปูเหล่านี้คือหอยขาวสด ๆ ใช้ทั้งเปลือกและเนื้อ ปูม้าจะใช้ก้ามหนีบคีบเปลือกหอยให้แตกและสามารถกินเนื้อหอยได้ ปล่อยให้แม่ปูอุ้มไข่จนพัฒนาแก่ตัวเต็มที่พร้อมจะฟักเป็นตัวได้ และเพื่อเป็นการป้องกันปูทำร้ายกันเอง ได้จัดแบ่งพื้นบ่อเป็นส่วน ๆ ด้วยอวนพีวีซีอีกทีหนึ่ง

การเลี้ยงในบ่อดิน
          ปูม้าสามารถเลี้ยงได้ในบ่อดิน เช่นเดียวกับปูทะเล กุ้งกุลาดำ ปูม้ามีคุณสมบัติพิเศษที่เหนือกว่ากุ้งกุลาดำที่มีความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำในบ่อ สามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตได้ดีในบ่อดิน แม้จะเป็นบ่อกุ้งที่ทิ้งร้างที่มีระดับน้ำเพียง 0.50-1.00 . มีศัตรูน้อยกว่ากุ้งและปูม้าไม่ทำลายก้นบ่อ

ลักษณะนิสัย
          ปูม้าจะมีนิสัยกินกันเอง โดยเฉพาะตอนที่มีการลอกคราบ ปูม้าสามารถนำมาเลี้ยงเป็นปูไข่ เป็นปูนิ่ม หรือขุนปูโพรกให้เป็นปูแน่น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 วัน ถ้าเป็นการเลี้ยงปูเล็กให้เป็นปูที่ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ ปูม้าจะใช้เวลาการเลี้ยงใกล้เคียงกับกุ้งกุลาดำ จากการศึกษาค้นคว้าในบ่อดินขนาด 0.8 ไร่ ระดับน้ำลึกประมาณ 1.20 เมตร ถ้าเลี้ยงด้วยความหนาแน่นระหว่าง 0.5-1.5 ตัว/ตรม. จะสามารถเลี้ยงปูขนาด 0.78 - 1.16 กรัม ให้โตได้ขนาด 90 - 140 กรัม ในระยะ 4 เดือน ซึ่งเป็นขนาดโตได้ราคา

พฤติกรรมการกินอาหาร
         ปูม้ากินอาหารได้หลายรูปแบบ นอกจากเนื้อปลาแล้วยังสามารถกินอาหารเปียกที่เกษตรกรสามารถจัดทำขึ้นเองหรือ อาหารเม็ดสำเร็จรูป สำหรับกุ้งกุลาดำหรือกุ้งก้ามกรามที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้