การปลูก กะหล่ำดาว
กะหล่ำดาวจัดอยู่ในกลุ่มพืชเมืองหนาว อยู่ในตระกูลกะหล่ำ การเจริญเติบโตเป็นพืชสองฤดู ต้องการสภาพปลูกที่มีอุณหภูมิต่ำ
และความชื้นสูง ส่วนที่ใช้บริโภคคือ หัวขนาดเล็ก เข้าปลีแน่นคล้ายกะหล่ำปลี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-1.5 เซนติเมตรในยุโรป
และ 2.4-4.8 เซนติเมตรในสหรัฐอเมริกา เจริญจากข้อระหว่างต้นและกาบใบ และเจริญต่อเนื่องจนกระทั่งต้นชะงักการเจริญเติบโต
ลำต้นสูงแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มคือ ลำต้นสูง 60-100 เซนติเมตร หรือสูงกว่าและพันธุ์ลำต้นเตี้ย 60 เซนติเมตร
ให้ผลผลิตประมาณ 100 หัวต่อต้น กะหล่ำดาวสายพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวเร็วจะให้ผลผลิตเร็ว และผลผลิตต่ำกว่ากะหล่ำดาวสายพันธุ์หนักที่
มีอายุการเก็บเกี่ยวนาน
สภาพดินและการเตรียมดิน
กะหล่ำดาว เจริญได้ดีในดินที่ร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุและไนโตรเจนสูง ระบายน้ำได้ดี( pH 6.0-6.8 )การเตรียมดินควรหว่าน
ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก่อนเตรียมดิน ในบางพื้นที่เป็นดินเหนียวหรือดินลูกรังควรเจาะร่องปลูกและผสมวัสดุปลูกลงในร่องปลูก
การใส่ปุ๋ยเคมี
ควรใส่ตามผลการวิเคราะห์ดินและพืช เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารสูงจึงจำเป็นต้องมีธาตุอาหารพอเพียง
สำหรับการเจริญเติบโตที่ต้องการให้ผลผลิตและคุณภาพสูง
การเพาะเมล็ด
จำนวนเมล็ด 1 กรัมมีประมาณ 350 เมล็ด ทดสอบความงอกก่อนเพาะเมล็ดก่อนเพาะเมล็ดควรแช่
เมล็ดในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25-30 นาที นำออกมาผึ่งให้แห้งอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการงอก
ของเมล็ด 20-30 องศาเซลเซียส หยอดเมล็ดในถาดเพาะวัสดุเพาะ ดินร่วน + ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอก + 12-24-12
การย้ายปลูก
ย้ายปลูกหลังหยอดเมล็ด 15-20 วัน ระยะปลูก 30-50 x 75-100 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
การดูแลรักษา
นิยมปลิดยอด เพื่อให้เก็บเกี่ยวเร็วและมี ขนาดสม่ำเสมอ โดยปลิดเมื่อต้นเจริญเต็มที่และปลีข้างล่างมีขนาด 0.5-0.75 นิ้ว
ในบางแห่งจะทยอยปลิดใบล่างออก เพื่อให้ได้รับแสงแดดและช่วยในการสร้างอาหาร
การให้น้ำ
กะหล่ำดาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำสูง และระยะเวลาในการปลูก เก็บเกี่ยวนาน เพื่อให้ปลีขนาดใหญ่ผลผลิตและคุณภาพสูง
ควรให้ความชื้นพอเพียงและสม่ำเสมอ หรือ 1-1.5 นิ้วต่ออาทิตย์หรือ 15-20 นิ้วต่อฤดูปลูก
การเก็บเกี่ยว
80-100 วันหลังหยอดเมล็ด หรือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-4.0 เซนติเมตร หัวแน่นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
โดยเริ่มเก็บเกี่ยวจากโคนต้น
หลังจากเก็บเกี่ยวและปลิดใบล่างแล้วลำต้นเจริญสูงขึ้น ทำให้มีใบและปลีเพิ่มขึ้นอีกการเด็ดยอดทำให้ปลีมีขนาดใหญ่และ
สม่ำเสมอ ผลผลิตประมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้น หลังเก็บเกี่ยวในภาชนะบรรจุควรลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงถึง 2 องศาเซลเซียส
ขนส่งโดยการใส่น้ำแข็งในภาชนะบรรจุ
การบรรจุในถุงพลาสติกที่ระบายอากาศได้ จะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำในพืชเนื่องจากกะหล่ำดาวมีอัตราการหายใจสูง
นอกจากนี้การละสมคาร์บอนไดออกไซด์ในภาชนะบรรจุสูงกว่า 20% ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไป คุณภาพต่ำ
ไม่สามารถขายได้
การเก็บรักษา
เก็บรักษา 30 วัน ในอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95%อุณหภูมิสูงกว่า 10 องศาเซลเซียส
ปลีจะเหลืองภายในเวลา 1 อาทิตย์ การเก็บรักษานานจะทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีดำอัตราการเสื่อมของเนื้อเยื่อใน
อุณหภูมิ 4.4 องศาเซลเซียสจะสูงเป็นสองเท่าของอุณหภูมิ –1 องศาเซลเซียส
การเก็บรักษาในภาชนะบรรจุประกอบด้วย ออกซิเจน 2.5-5% และคาร์บอนไดออกไซด์ 5-7.5%เก็บรักษา
ในอุณหภูมิ 4.4 องศาเซลเซียส สามารถยืดอายุการเก็บรักษา 1 อาทิตย์
ประโยชน์
ปลี หรือ ตาข้าง ใช้กินเป็นผัก